วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

บันทึกครั้งที่ 10

สาระการเรียนรู้

Down’n   Syndrome

-         รักษาตามอาการ
-         แก้ไขความผิดปกติที่พบ
-         ให้เด็กช่วยเหลือตัวเองได้ในชีวิตประจำวัน
-         เน้นการดูแลแบบองค์รวม (holistic  approach)
1.              ด้านสุขภาพอนามัย
บิดา มารดาให้พาบุตรไปพบแพทย์ตั้งแต่แรกเริ่ม ติดตามการรักษาเป็นระยะๆ
2.              การส่งเสริมพัฒนาการ
เด็กกลุ่มดาวน์ สามารถพัฒนาการได้ถ้าได้รับการฝึกสอนที่เหมาะสม
3.              การดำรงชีวิตประจำวัน
ฝึกให้ช่วยเหลือตนเองได้มากที่สุด
4.              การฟื้นฟูสมรรถภาพ
-         การฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ เช่น การฝึกพูด กายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด
-         การฟื้นฟูสมรรถภาพทางการศึกษาโดยจัดทำแผนการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP)
-         การฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคม เช่น การฝึกทักษะการดำรงชีวิตประจำวัน
-         การฟื้นฟูสมรรถภาพทางอาชีพโดยการฝึกอาชีพ
-          
การเลี้ยงดุในช่วง 3 เดือนแรก
-         การยอมรับความจริง
-         ให้ความรักความอบอุ่น
-         การตรวจภายใน ตรวจหามะเร็งปากมดลูก และเต้านม
-         การคุมกำเนิด และ การทำหมัน
-         การสอนเพศศึกษา
-         ตรวจโรคหัวใจ
การส่งเสริมพัฒนาการ
-         พัฒนาด้านต่างๆ เช่น คณิตศาสตร์และภาษา
-         สามารถปรับตัวและช่วยเหลือตนเองได้มากขึ้น
-         ลดปัญหาพฤติกรรม

Autistic

ส่งเสริมความเข้มแข็งครอบครัว
-         ครอบครัวมีบทบาทสำคัญที่สุดในกระบวนการดูแลช่วยเหลือเด็กออทิสติก
ส่งเสริมสร้างความสามารถเด็ก
-         การเสริมสร้างโอกาสให้เด็กได้เล่นของเล่นที่หลากหลาย
-         ทำกิจกรรมที่หลากหลาย
การปรับพฤติกรรมและฝึกทักษะทางสังคม
-         เพิ่มพฤติกรรมที่เหมาะสมและลดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
-         การให้แรงเสริม
การฝึกพูด
-         โดยเฉพาะในรายที่มีพัฒนาการด้านภาษาและการสื่อความหมายล่าช้า
-         ถ้าเด็กพูดได้เร็ว โอกาวที่จะมีพัฒนาการทางภาษาใกล้เคียงปกติก็จะเพิ่มมากขึ้น
-         ลดการใช้ภาษาที่ไม่เหมาะสม
-         การสื่อความหมายทดแทน (AAC) 

การใช้สื่อทดแทน (Augmentative and Alternative Communication : AAC)

-         การรับผู้ผ่านการมอง
-         โปรแกรมแลกเปลี่ยนภาพเพื่อการสื่อสาร
-         เครื่องโอภา
-         โปรแกรมปราศรัย
การฟื้นฟูสมรรถภาพางการศึกษา
-         เพิ่มทักษะด้านพื้นฐานด้านสังคม การสื่อ และทักษะทางความคิด
-         แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล

-         โรงเรียนร่วม ห้องเรียนคู่ขนาน

วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2557

บันทึกครั้งที่9

สาระการเรียนรู้

สอบเก็บคะแนนเนื้อหาที่ได้ศึกษามา




วันอังคารที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2557

บันทึกครั้งที่ 8

สาระการเรียนรู้วันนี้

พัฒนาการเด็กที่มีความบกพร่องพิเศษ

     พัฒนาการ คือ การเปลี่ยนแปลงในด้านการทำหน้าที่และวุฒิภาวะของอวัยวะต่างๆ รวมทั้งตัวบุคคล ทำให้สามารถทำหน้าที่ไอย่างมีประสิทธิภาพ ทำสิ่งที่ยากซับซ้อนมากขึ้น ตามพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน
          พัฒนาการด้านร่างกาย
          พัฒนาการด้านอารมณ์-จิตใจ
          พัฒนาการด้านสังคม
          พัฒนาการด้านสติปัญญา

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อพัฒนาการเด็ก
     
 ปัจจัยทางด้านชีวะภาพ
-                    ทางพันธุกรรม
-                     ยีนที่ได้รับจากบิดามารดา
ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมก่อนคลอด
-                    การติดเชื้อ
-                    สารพิษ
-                    สภาวะทางโภชนาการ และ การเจ็บป่วย
ปัจจัยด้านกระบวนการคลอด
-                    สภาวะแทรกซ้อน
-                    สภาวะขาดออกซิเจน
ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมหลังคลอด
-                    ด้านระบบประสาท
-                    สภาพแวดล้อม
-                    เด็กถูกทอดทิ้ง – ล่วงละเมิด...

สาเหตุที่ทำให้เกิดความบกพร่องทางการพัฒนา
1.โรคพันธุกรรม     เด็กจะมีพัฒนาการล่าช้ามาตั้งแต่เกิดหรือสังเกตได้ชั่วระยะไม่นานหลังเกิด
2.โรคของระบบประสาท     เด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการส่วนใหญ่มักมีอาการ หรือ การแสดงแกทางระบบประสาท
3.การติดเชื้อ     โรคในกลุ่มนี้ที่สำคัญคือการติดเชื้อตั้งแต่อยู่ในครรภ์
4.ความผิดปกติเกี่ยวกับเมตาบอลิซึม     ไทรอยด์ฮอร์โมยในเลือดต่ำ
5.ภาวะแทรกซ้อนระยะแรกเกิด     ภาวะที่เกี่ยวข้องกับความบกพร่องทางพัฒนาการ ที่พบบ่อยคือการเกิดก่อนกำหนด...
6.สารเคมี     ตะกั่วเป็นสารเคมีที่มีผลกระทบต่อเด็กมากที่สุด
7.การเลี้ยงลูกที่ไม่เหมาะสมรวมทั้งขาดสารอาหาร     ปัจจัยข้อนี้จะมีผลกระทบต่อพัฒนาการตามวัยของเด็กแต่มักไม่รุนแรงนัก

กิจกรรมภายในห้องเรียน

แบบทดสอบ Gesell drawing test
>>เป็นการวัดไอคิวของลูกแบบง่ายๆ ด้วยการทดสอบความสามารถด้านกล้ามเนื้อมือ และการประสานงานของตากับมือ




      


วันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2557

บันทึกครั้งที่ 7

กิจกรรมภายในห้องเรียน

Present  งานเกี่ยวกับเด็กที่มีความสามารถพี่เศษ ของแต่ละกลุ่ม
   -  กลุ่มที่1  เรื่อง สมองพิการ(Cerebral Palsy) หรือ (C.P.)
   -  กลุ่มที่ 2 เรื่อง ภาวะการเรียนบกพร่อง (Learning Disorders – LD)

   -  กลุ่มที่ 3 เรื่อง สมาธิสั้น Attention Deficit Hyperactivity Disorder หรือ ADHD

ภาพรวมกิจกรรม





>>..................... ความรู้เพิ่มเติม ....................<<

       สมองพิการ(Cerebral Palsy) หรือ (C.P.)
     >> สมองพิการ(Cerebral Palsy) หรือคำย่อที่นิยมเรียก คือ ซี พี (C.P.) ไม่ใช่เป็นโรคเฉพาะ แต่เป็นคำรวมของกลุ่มอาการของผู้ป่วยเด็กที่มีความพิการอย่างถาวรของสมอง ความพิการนี้จะคงที่และไม่ลุกลามต่อไป ซึ่งมีผลให้การประสานงานของการทำงานของกล้ามเนื้อบกพร่อง ส่งผลให้ร่างกายมีการเคลื่อนไหวและการทรงท่าที่ผิดปกติ เช่น การเกร็งของใบหน้า ลิ้น ลำตัว แขน ขา การทรงตัว การทรงท่าในขณะนั่ง ยืน เดิน ผิดปกติหรืออาจเดินไม่ได้
          นอกจากนี้ อาจมีความผิดปกติในการทำงานของสมองด้านอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น มีความบกพร่องในการมองเห็น ได้ยิน การรับรู้ การเรียนรู้ สติปัญญา  และโรคลมชัก เป็นต้น

ภาวะการเรียนบกพร่อง (Learning Disorders – LD)
>> LD คืออะไร?
•    ความบกพร่องของกระบวนการเรียนรู้ ที่เกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของสมอง ทำให้ความสัมฤทธิ์ผลด้านการเรียนต่ำกว่าความเป็นจริง
•    ความบกพร่องนี้อาจเกิดขึ้นเฉพาะความสามารถด้าน ใดด้านหนึ่ง เช่น การอ่าน การเขียน การสะกดคำ การคำนวณ หรือหลายๆด้านร่วมกัน

สมาธิสั้น Attention Deficit Hyperactivity Disorder หรือ ADHD
 >> การวินิจฉัยโรคนี้ไม่ง่ายเหมือนกระดูกหัก หรือปอดบวม เพราะโรคพวกนี้สามารถเห็นด้วยตาหรือการตรวจทางห้องปฏิบัติการ แต่การวินิจฉัยโรคสมาธิสั้นจะอาศัยพฤติกรรมที่มีลักษณะเฉพาะ ซึ่งจะมีลักษณะดังต่อไปนี้
1. Inattention การขาดสมาธิ
1. Hyperactivity เด็กจะไม่อยู่นิ่งและควบคุมตัวเองไม่ได้
2. Impulsivity เด็กจะหุนหัน เด็กจะทำหรือตอบสนองต่อสิ่งเร้าโดยที่ไม่ได้คิด 






วันอังคารที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2556

บันทึกการเรียนครั้งที่ 6

ข้อมูลหาเพิ่มเติม


กิจกรรมบำบัด



         กิจกรรมบำบัด (อังกฤษ: Occupational Therapy) เป็นวิชาชีพทางวิทยาศาสตร์สุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีโดยอาศัยกิจกรรมเป็นสื่อ เป้าหมายเบื้องต้นของกิจกรรมบำบัด คือ การส่งเสริมให้บุคคลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วย ผู้พิการทางกาย เด็กที่มีปัญหาด้านพัฒนาการหรือการเรียนรู้ ผู้ป่วยจิตเวช  ผู้สูงอายุ ฯลฯ สามารถทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มความสามารถ ซึ่งนักกิจกรรมบำบัดจะต้องอาศัยความรู้หลายๆด้าน เพื่อช่วยลดข้อจำกัดทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคมของบุคคลเหล่านั้น อีกทั้งยังอาจต้องช่วยปรับ/ให้คำแนะนำในการปรับสภาพแวดล้อม เพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มศักยภาพ ผู้ประกอบวิชาชีพกิจกรรมบำบัด ต้องสอบใบอนุญาติประกอบศิลปะ สาขากิจกรรมบำบัดก่อน จึงจะสามารถปฏิบัติงานได้



วันอังคารที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2556

บันทึกการเรียนครั้งที่ 5

วิชา     การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ
ผู้สอน อาจารย์ตฤณ    เเจ่มถิ่น
วันที่    3 ธันวาคม 2556

            กิจกกรรมในชั้นเรียน

ศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย





การจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ให้กับเด็กปฐมวัย

                การจัดกิจกรรมศิลปะให้กับเด็กปฐมวัยในแต่ละวัน นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเด็กปฐมวัย นอกจากจะได้พัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเล็กและการประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับสายตาแล้ว กิจกรรมศิลปะยังสอดคล้องกับแบบแผนการเรียนรู้ของสมอง หรือที่เรียกว่า  Brain Base Learning (BBL) อีกด้วย เด็กจะได้ฝึกปฏิบัติจริง มีประสบการณ์ตรง เรียนรู้ผ่านการสังเกตและฝึกกิจกรรมอย่างหลากหลาย เพื่อพัฒนาจุดเชื่อมต่อของใยประสาท ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลาย มีอิสระทางความคิด กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมที่สามารถพัฒนากล้ามเนื้อเล็กได้เป็นอย่างดี และยังเชื่อมโยงพัฒนาการของอวัยวะหลายส่วน ทำให้เกิดจุดเชื่อมต่อของใยประสาทที่สามารถพัฒนาไปสู่แบบแผนการเรียนรู้ของสมอง  ในการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์  ครูควรส่งเสริมจัดกิจกรรมให้เด็กมีประสบการณ์ตรงและฝึกปฏิบัติอย่างหลากหลาย  
     การสอนศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย จะต้องจัดกิจกรรมให้เด็กอย่างหลากหลายรูปแบบ  เช่น
     - กิจกรรมวาดภาพระบายสี
     - กิจกรรมเล่นกับสีน้ำ  เช่น  เป่าสี หยดสี พับสี ระบายสีด้วยนิ้วมือ ฝ่ามือ
     - กิจกรรมการพิมพ์ภาพด้วยส่วนต่าง ๆ ของร่างกายและวัสดุต่าง ๆ
     - กิจกรรมการปั้น ขยำดินเหนียว ดินน้ำมัน แป้งโด กระดาษ ฯลฯ
     - กิจกรรมการพับ ฉีก ตัด ปะ
     - กิจกรรมการร้อย สาน และการออกแบบ

     - กิจกรรมการฝนสีด้วยกระดาษทราย